ชุมชนหนองแม่นา อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ชุมชนที่เป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างดี ด้วยการร่วมมือกันของภาคประชาชนในพื้นที่จนได้รับรางวัลการันตีหลาย เช่น รางวัลกินรี หรือรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเมื่อปี 2553 ด้านแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศดีเด่นภาคเหนือ นอกจากนี้ชุมชนหนองแม่นา ยังมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งในเรื่องของพื้นที่ป่าดงดิบและมีพื้นที่ติดกับอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จึงทำให้สภาพพื้นที่ป่าและสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ โดยเฉพาะแมงกะพรุนน้ำจืด สัตว์น้ำหายากที่สามารถหาชมได้ที่ชุมชนหนองแม่นา

“สมพงษ์ ตุ้มคำ” ประธานชุมชนคนรักป่าหนองแม่นา เล่าว่า เดิมสภาพพื้นที่ในชุมชนเป็นพื้นที่ป่าที่ถูกทำลาย จนส่งผลให้สภาพอากาศในพื้นที่ร้อนและแล้งอย่างมาก เนื่องจากมีการบุกรุกพื้นที่ป่าและมีการทำการเกษตร ล่าสัตว์ จนกระทั่งอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงได้เปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในหลายๆ ลักษณะ ทั้งการเป็นลูกหาบ การบริการรถยนต์รับส่งและการจำหน่ายสินค้า จนทำให้ชุมชนมองเห็นสภาพการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่และมีความห่วงใยว่าพื้นที่ป่าของชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวจะถูกทำลายไป จึงได้รวมตัวกันในรูปแบบขององค์กรชุมชนท้องถิ่นในการเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมด้านกรท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ด้วยการอาศัยศักยภาพของชุมชนมาเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อน

รวมทั้งเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่ รวมทั้งตั้งชื่อว่า “ชุมชนคนรักป่าหนองแม่นา” โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่นให้ยั่งยืนสืบไป การบริหารและจัดการการท่องเที่ยวในท้องถิ่นอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ และเป็นการสร้างเสริมรายได้ให้แก่ชุมชนและทำให้ชุมชนเกิดความสามัคคีและได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ตลอดจนเพื่อให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง และพึ่งตนเองได้ ร่วมทั้งเป็นการขยายโอกาสให้ชุมชนในการเสริมความรู้และพบปะแลกเปลี่ยนความรู้กับบุคคลภายนอก ซึ่งปัจจุบันมีการก่อตั้งกลุ่มดังกล่าวมานานกว่า 10 ปีแล้ว

ด้วยการเป็นพื้นที่ที่ได้เปรียบในเรื่องของสภาพแวดล้อมที่ดีแล้ว การท่องเที่ยวโดยชุมชนแห่งนี้ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการค้นพบแมงกะพรุน น้ำจืด ซึ่งเป็นสัตว์น้ำหายาก โดยชุมชนได้อนุรักษ์ไว้และเปิดโอกาสในนักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามของแมงกะพรุนในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน โดยอาศัยอยู่บริเวณแก่งบางระจัน นอกจากนี้ชุมชนยังได้มีการจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวถึง 5 โปรแกรม ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ ทั้งเรื่องของการพักแรมในป่า การเดินศึกษาธรรมชาติ ล่องเรือพายล่องลำน้ำเข็ก การเดินป่าแก่งบางระจัน โดยโปรแกรมการท่องเที่ยวทั้ง 5 โปรแกรมนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม และมีความอุดมสมบูรณ์

ประธานชุมชนคนรักษ์ป่าหนองแม่นา เล่าต่อว่า ในพื้นที่ภาคเหนือถือเป็นภาคที่มีความเข้มแข็งในเรื่องของการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน เนื่องจากทุกจังหวัดจะมีเครือข่ายร่วมกัน จนได้จัดตั้งเป็นสมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคเหนือและเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนและได้รับการสนับสนุนการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสกว.ภาคเหนือที่ให้การสนับสนุนในการเข้ามาศึกษาวิจัยสภาพพื้นที่ป่าของชุมชน และให้ความรู้ในการจัดการการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ธรรมชาติและส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้ควบคู่กันไปด้วย ทำให้ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาชุมชนหนองแม่นามีรายได้จากการท่องเที่ยวและการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนร่วมกันไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทต่อปี และมีนักท่องเที่ยวเข้าในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5,000 คนต่อปี

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ชุมชนหวังว่าจะทำให้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มีความยั่งยืนจะต้องได้รับความร่วมมือคนในชุมชนที่มีทัศนคติเดียวกันคือจะต้องมีใจในการอนุรักษ์รักษาสภาพแวดล้อมของชุมชนแบบไม่หวังผลตอบแทนและต้องคำนึงถึงความสะอาดการเป็นจิตอาสาเป็นหลัก ต้องมีความสามัคคี มีความเสียสละ และจะต้องรักษาจุดยืนของชุมชนไว้ ไม่ลอกเลียนแบบชุมชนอื่น เนื่องจากจุดเด่นของแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ในส่วนของนักท่องเที่ยวเองจะต้องมีหัวใจอนุรักษ์ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมรวมทั้งสิ่งมีชีวิตให้สามารถดำรงอยู่คู่กับชุมชนต่อไป
…………………………………
(หมายเหตุ “ชุมนุมหนองแม่นา”ความเข้มแข็งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดย… ประภาภรณ์ เครืองิ้ว)