ยุทธศาสตร์

สรุปยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาในช่วงสามปี 

4.1  วิสัยทัศน์(Vision) การพัฒนาตำบลหนองแม่นา

“หนองแม่นาตำบลท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์  เกษตรปลอดภัย มีน้ำใช้อย่างทั่วถึง เยาวชนห่างไกลยาเสพติด ใส่ใจคุณภาพชีวิต ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ”

Mission) องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแม่นา

  1. จัดให้มีและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำ
  2. จัดให้มีการบำรุงรักษาและขยายไฟฟ้า, ประปา, โทรศัพท์
  3. การวางผังเมือง
  4. จัดให้มีการพัฒนาการบริหารจัดเก็บรายได้
  5. มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี
  6. ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความปลอดภัย
  7. เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
  8. จัดสวัสดิการสังคม
  9. ส่งเสริมให้ข้าราชการและลูกจ้างได้มีการพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงาน
  10. ส่งเสริมให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการป้องกันและระงับสาธารณภัย
  11. ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
  12. จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร
  13. การจัดการบริหารเครื่องมือเครื่องใช้ให้มีประสิทธิภาพ
  14. จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน พัฒนาบุคลากรทางการศึกษา เครื่องมือเครื่องใช้ในการเรียนการสอนให้ทันสมัยและเพียงพอแก่ความต้องการ
  15. ส่งเสริมด้านกีฬาและด้านนันทนาการ
  16. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  17. ฟื้นฟู บำรุงรักษา ขนบธรรมเนียมประเพณีทางศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น
  18. พัฒนาและส่งเสริมอาชีพเสริมให้แก่ประชาชน
  19. ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแม่นา

จุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

  1. การคมนาคมทางบกมีความสะดวกเร็ว
  2. ประชาชนมีอาชีพและมีรายได้พอเพียง
  3. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคงอยู่และใช้ประโยชน์อย่างสมดุล
  4. ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารงานกับ อบต.
  5. วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
  6. การพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืน
  7. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร
  8. ประชาชนได้รับบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง

 4.2 ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา

1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน

1.๑ การก่อสร้าง ปรับปรุง และบำรุงรักษาสาธารณูปโภค สาธารณูปการ

๑.2 การก่อสร้าง ปรับปรุงแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร

๒. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การเกษตร

๒.1 การส่งเสริมการสร้างอาชีพ และกลุ่มอาชีพ การอบรมให้ความรู้ และปัจจัยการผลิต

๒.2 การส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตร และศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตร

๒.3 การส่งเสริมและพัฒนาการผลิต เพิ่มคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตร

๒.๔ การส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

๒.๕ การส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติ และภัยอื่นๆ

๓. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการส่งเสริมการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี

๓.1 การส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาในระบบ และนอกระบบ

๓.2 การส่งเสริมและสนับสนุนศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น

๓.3 การส่งเสริมและสนับสนุนคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรมอันดี

๔. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๔.1 การสนับสนุนการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อม

๔.2 การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๔.๓ การสนับสนุนการสร้างจิตสำนึกการรักษาสิ่งแวดล้อม และการจัดการขยะ

๕. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว กีฬานันทนาการ และพัฒนาคุณภาพชีวิต

๕.๑ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เชิงเกษตร เชิงนิเวศน์ วัฒนธรรม และประเพณี

๕.๒ การส่งเสริมและสนับสนุนการกีฬาและนันทนาการ

๕.๓ การส่งเสริมและสนับสนุนผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส เด็ก เยาวชน สตรี ฯ

๕.๔ การส่งเสริมและสนับสนุนการสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต

๕.๕ การส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

๕.๖ การส่งเสริมและพัฒนาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

๖. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการเมืองและการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี

๖.๑ การส่งเสริมความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

๖.๒ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและองค์กร ให้มีขีดความสามารถในการให้บริการประชาชน

๖.๓ การส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเมืองและการบริหาร การให้ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตย 


4.3 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559)

วิสัยทัศน์

     “สังคมอยู่อย่างมีความสุข  ด้วยความเสมอภาคเป็นธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง”

พันธกิจ

1.สร้างความเป็นธรรมในการกระจายรายได้  ควบคู่กับการสร้างสังคมมีคุณธรรมเพื่อให้คนกินดีอยู่ดีมีคุณภาพชีวิตที่ดี   ปลอดภัยจากอาชญากรรม  อุบัติเหตุ  ยาเสพติดและอบายมุข  คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีวัฒนธรรมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล

2.พัฒนาฐานการผลิตและบริการให้เข็มแข็งและมีเสถียรภาพบนฐานความรู้และความสร้างสรรค์ของคนไทย ขยายหลักประกันทางสังคมให้ครอบคลุมประชาชนทุกคน  สร้างความมั่นคงด้านอาหารพลังงาน  รวมทั้งยารักษาโรคจากสมุนไพรบนฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ  พร้อมทั้งปรับสาขาการผลิตและการบริโภคของประเทศให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

3.สร้างภูมิคุ้มกันให้เข้มแข็งสามารถป้องกันและรองรับผลกระทบและความเสี่ยงจากวิกฤติเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติให้มีความรู้และทักษะสามารถรู้เท่ากันการเปลี่ยนแปลงอย่างมีเหตุผล

วัตถุประสงค์

1.พัฒนาคนในสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข  และสังคมมีธรรมภิบาล

2.พัฒนาคน ชุมชนและสังคมให้มีความพร้อมเผชิญการเปลี่ยนแปลงและอยู่กับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นสุข

  1. ปรับโครงสร้างและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจให้เป็นมิตรกับสิ่วแวดล้อม และเติบโตอย่างมีคุณภาพ สังคมและการเมืองมั่นคง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความอุดมสมบูรณ์  ประเทศมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เป้าหมายหลัก

  1. สังคมไทยมีความสุขอย่างมีธรรมาภิบาลเพิ่มขึ้น
  2. ประชากรไทยทุกคนมีหลักประกันทางสังคมที่มีคุณภาพทั่วถึง
  3. เพื่อผลิตภาพการผลิตรวม และในแต่ละภาคการผลิต
  4. เพื่อสัดส่วนมูลค่าการผลิตภาคการเกษตร และภาคบริการ

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

  1. ยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมในสังคม
  2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน
  3. ยุทธศาสตร์การสร้างความสมดุลและความมั่นคงของอาหารและพลังงาน
  4. ยุทธศาสตร์การสร้างเศรษฐกิจฐานความรู้และการสร้างปัจจัยแวดล้อม
  5. ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในภูมิภาค
  6. ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

 

4.4 ยุทธศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้น้อมนำแนวคิดของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็น
แนวทางในการปฏิบัติเพื่อใช้เป็นหลักหรือแนวทางในการปฏิรูปและพัฒนาประเทศให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม
และเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นพลวัตของสภาพแวดล้อมโลก
และภายในประเทศ โดยเฉพาะภาวะผันผวนด้านเศรษฐกิจพลังงาน และภูมิอากาศ ที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและ
ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อประเทศไทยทั้งเชิงบวกและลบดังนั้นการบริหารจัดการประเทศภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นการใช้จุดแข็งและศักยภาพที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศเพื่อสร้างความเข้มแข็งและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศที่เน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของฐานการผลิตภาคเกษตร และการประกอบการของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องปรับตัวในการเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค
ซึ่งประเทศไทยมีพันธกรณีภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ เพื่อสามารถใช้โอกาสที่เกิดขึ้นและเพิ่มภูมิคุ้มกัน
ของทุนที่มีอยู่ในสังคมไทยได้อย่างเหมาะสม พร้อมก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องสร้างความพร้อมสำหรับเชื่อมโยงด้านกายภาพทั้งโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ ควบคู่กับ
การยกระดับคุณภาพคน การเสริมสร้างองค์ความรู้ การพัฒนานวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ให้เป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย

การกำหนดยุทธศาสตร์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันในมิติต่างๆ เพื่อให้การพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและยั่งยืน โดยนำทุนของประเทศที่มีศักยภาพมาใช้ประโยชน์อย่างบูรณาการและเกื้อกูลกัน พร้อมทั้งเสริมสร้างให้แข็งแกร่งเพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาประเทศที่สำคัญได้แก่ การเสริมสร้างทุนสังคม (ทุนมนุษย์ทุนสังคม ทุนทางวัฒนธรรม) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนและสังคมไทยสู่สังคมคุณภาพมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ระดับปัจเจก ครอบครัว และชุมชน สามารถจัดการความเสี่ยง และปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นธรรม สำหรับการเสริมสร้างทุนเศรษฐกิจ (ทุนทางกายภาพ ทุนทางการเงิน) มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็ง โดยใช้ภูมิปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างการค้าและการลงทุนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคต่างๆ บนพื้นฐานการพึ่งพาซึ่งกันและกัน ในส่วนการเสริมสร้างทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งทางการเกษตร ความมั่นคงด้านอาหาร การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นฐานการผลิตภาคเกษตร มุ่งสู่การเป็นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้งการสร้างภูมิคุ้มกันด้านการค้าจากเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการเพิ่มบทบาทไทยในเวทีประชาคมโลกขณะเดียวกัน จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการประเทศเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบราชการและข้าราชการโดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พัฒนาระบบและกลไกการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างมีส่วนร่วม ส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับมีโอกาสเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมและสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากร ควบคู่ไปกับปลูกจิตสำนึก ค่านิยมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลแก่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยได้กําหนดวิสัยทัศน์ เจตนารมณ์พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าหมาย และตัวชี้วัด ดังนี้

 

วิสัยทัศน์

“ประเทศชาติมั่นคง สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม และมีภูมิคุ้มกัน
ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ตลอดจนประชาชนมีความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน”

 

เจตนารมณ์

๑. เพื่อยุติความขัดแย้งของคนในชาติ

๒. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและฟื้นฟูความเชื่อมั่นภายใต้ระบบบริหารนิติบัญญัติและตุลาการเป็นการใช้  พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ผ่านกระบวนการดังกล่าวซึ่งเดิมรัฐบาลปกติได้ใช้อำนาจนั้นโดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง

๓. สร้างเสถียรภาพในทุกมิติทั้งด้านการเมืองความมั่นคงเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมเพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างสมบูรณ์
และยั่งยืน

๔. ยกระดับการศึกษาสร้างมาตรฐานของการดำรงชีวิตของประชาชนในสังคมไทยตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างยั่งยืนตลอดไป

 

พันธกิจ

๑. การสร้างความเป็นธรรมในสังคม การรักษาความสงบเรียบร้อย และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์สร้างสังคมที่มีคุณภาพ ทุกคนมีความมั่นคงในชีวิต ได้รับการคุ้มครองทางสังคมที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรของชาติและการบริการขั้นพื้นฐานของรัฐอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง

๒. พัฒนาคุณภาพคนไทยให้เป็นสังคมที่มีความรู้คู่คุณธรรม สร้างโอกาสให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต   มีทักษะและการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย สถาบันทางสังคมและชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง สามารถปรับตัวรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

๓. ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน โดยพัฒนาฐานการผลิตและบริการ
ให้เข้มแข็งและมีคุณภาพบนฐานความรู้ความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญา สร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตรความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน ปรับโครงสร้างการผลิตและการบริโภคให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
พร้อมสร้างความเชื่อมโยงในทุกมิติกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม

๔. สร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ

๕. ปรับปรุงการบริหารจัดการของรัฐให้เกิดความโปร่งใส ด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังและยั่งยืน

 

เป้าหมายหลัก

๑. คนและสังคมไทยมีความอยู่เย็นเป็นสุขและความสงบสุขเพิ่มขึ้น ความเหลื่อมล้ำในสังคมลดลง
ดัชนีมวลรวมความสุขของคนไทยเพิ่มมากขึ้น และความพึงพอใจในบริการขั้นพื้นฐานของรัฐเพิ่มมากขึ้น

๒. คนไทยมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีสุขภาวะดีขึ้น มีคุณธรรม จริยธรรมเพิ่มมากขึ้น และสถาบัน
ทางครอบครัวและทางสังคมมีความเข้มแข็งมากขึ้น

๓. เศรษฐกิจเติบโตในอัตราที่เหมาะสมตามศักยภาพของประเทศ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มการผลิตภาพรวมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศและสัดส่วนผู้อยู่ใต้เส้นความยากจนลดลง

๔. คุณภาพสิ่งแวดล้อมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพิ่มประสิทธิภาพการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ในปริมาณที่ลดลง รวมทั้งเพิ่มพื้นที่ป่าไม้เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ

๕. ความโปร่งใสของประเทศไทยให้มีอันดับที่สูงขึ้น โดยดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นอยู่ในลำดับที่ดีขึ้น

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ ๑ การสร้างความเป็นธรรมในสังคม มีกลยุทธ์และตัวชี้วัด ดังนี้

  • กลยุทธ์ที่ ๑ การจัดบริการทางสังคมตามสิทธิขั้นพื้นฐาน

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา โดยวัดจากอัตราผู้เข้ารับการศึกษาต่อในทุกระดับ
ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ และการออกจากการศึกษากลางคันไม่เกินร้อยละ ๕

๒) การเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขของประชาชน โดยการประเมินจากความพึงพอใจ
ของผู้เข้ารับการรักษาจากหน่วยงานของรัฐ โดยในภาพรวม ประชาชนจะต้องมีระดับความพึงพอใจในการรับบริการอยู่ในระดับมาก ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๓) มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม โดยวัดจากร่างกฎหมาย
ที่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของจำนวนร่างกฎหมายที่เข้าสู่ระเบียบวาระของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๔) มีการขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนราษฎรห่างไกล ต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๒๐ ภายในปี งบประมาณ ๒๕๕๘

๕) การเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน
โดยพิจารณาจากอัตราคดีความที่เกี่ยวข้องลดลง ร้อยละ ๒๐ ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวสู่ความยั่งยืน ดังนี้

๑) มีการขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนราษฎรห่างไกล ต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๘๐ ภายในปี งบประมาณ ๒๕๖๔

๒) การเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน
โดยพิจารณาจากอัตราคดีความที่เกี่ยวข้องลดลงอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ ๒๐ ต่อปี จนถึงปีงบประมาณ ๒๕๖๔

  • กลยุทธ์ที่ ๒ การลดความเหลื่อมล้ำและการคุ้มครองสิทธิทางสังคม

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) การปรับโครงสร้างอัตราภาษีบุคคลธรรมดา อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ลดความเหลื่อมล้ำ
ให้แล้วเสร็จภายรับโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรมในปี ๒๕๕๘ิจิตอล ระยะที่ ๒ในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๒) การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ขอทาน และการช่วยเหลือหญิงไทยในต่างประเทศ มีจำนวน
คดีความที่เกี่ยวข้องอัตราลดลง ร้อยละ ๑๐ ภายในปีงบประมาณ

๓) การจัดที่ดินให้ผู้ไร้ที่ทำกิน ช่วยเหลือเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร โดยใช้พื้นที่ป่าเสื่อมสภาพ หรือที่ดินสาธารณะประโยชน์อื่น มาจัดสรรให้ใช้ประโยชน์ ให้ได้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๒๐ ของเป้าหมาย
ในแผนงาน

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวสู่ความยั่งยืน ดังนี้

๑) การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ขอทาน และการช่วยเหลือหญิงไทยในต่างประเทศ มีจำนวนคดีความที่เกี่ยวข้องอัตราลดลงอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ ๑๐ ต่อปี จนถึงปีงบประมาณ ๒๕๖๔

๒) การจัดที่ดินให้ผู้ไร้ที่ทำกิน ช่วยเหลือเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร โดยใช้ที่ดินสาธารณะประโยชน์ที่หมดสภาพแล้วมาจัดสรรให้ใช้ประโยชน์ ให้ได้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๑๐๐ ของเป้าหมายในแผนงาน

  • กลยุทธ์ที่ ๓ การจัดระเบียบการให้บริการการขนส่งสาธารณะรับจ้าง

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

  • มีการจัดทำบัญชียานพาหนะขนส่งสาธารณะรับจ้าง ด้วยการแยกประเภท รวมถึงสถิติการเกิดอุบัติเหตุ
  • มีการจัดทำแนวทางการปฏิบัติในการป้องกันปัญหาจาก ระบบการขนส่งสาธารณะรับจ้างทั้งด้านอุบัติเหตุและ การทำร้ายผู้โดยสาร รวมถึงการบังคับใช้แนวทางที่กำหนดขึ้น

๓)  มีการปรับแก้กฎหมาย และกฎระเบียบในการควบคุม การให้บริการการขนส่งสาธารณะรับจ้าง โดยผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยมีผลบังคับใช้ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๔)  มีการให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบการให้บริการการขนส่งสาธารณะรับจ้าง และในภาพรวมแล้วประชาชนต้องมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ต่อกฎหมายและกฎระเบียบ
ที่ได้ประปรับปรุงแก้ไข

  • กลยุทธ์ที่ ๔ การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีการขยายผลโครงการทุ่งยางแดงโมเดล ไปยังพื้นที่ ๓๗ อำเภอ ๒๘๒ ตำบล
และมีระบบการประเมินผลที่เป็นรูปธรรม ทั้งปริมาณ และ คุณภาพ โดยต้องลดจำนวนเหตุการณ์ร้ายและ
ความรุนแรงลงได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ทั้งนี้ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้าและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน
โดยบูรณาการร่วมกัน

๒) มีแผนงานในการพัฒนาเขตนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล จังหวัดปัตตานีเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมในพื้นที่ และมีแผนงานในการประเมินความก้าวหน้าของโครงการโดยจะต้องคืบหน้าไม่น้อยกว่า
ร้อยละ ๕๐ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๓) มีการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมการจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้, โครงการอบรม สัมมนา พัฒนาและศึกษาดูงานศาสนา ศิลปวัฒนธรรม โครงการปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ตะโละมาเนาะ,โครงการก่อสร้างและการจัดตั้งอุทยานเรียนรู้ โครงการส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมในจังหวัดโดยจะต้องคืบหน้า
ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๔) มีแผนงานในการการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ
ด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการศึกษา รวมทั้งสร้างและซ่อมแซมบ้าน จำนวน ๖๐ หลัง ตามโครงการ
เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้งนี้จะต้องมีการประเมินความก้าวหน้า
ของโครงการ โดยจะต้องคืบหน้าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๕)  มีการเปิดเวทีพูดคุยให้ครบ ๓๗ อำเภอ เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม และการกำหนดวิธีการในการประเมินผลความพึงพอใจของประชาชน รวมทั้ง
มีการนำผลการเปิดเวทีการพูดคุยไปใช้ในการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม

  • กลยุทธ์ที่ ๕ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีการจัดทำ Website ประชาสัมพันธ์และติดตามผลการแก้ไขข้อร้องเรียนของประชาชน การผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ และโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ เพื่อให้สื่อมวลชน นำเสนอข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้อง มีแหล่งข่าวที่ชัดเจน ทั้งนี้จะต้องมีการประเมินความพึงพอใจของประชาชนต่อ Website ที่ได้จัดทำขึ้น
โดยต้องอยู่ในระดับสูง

๒) มีกิจกรรมในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลในการปฏิรูปประเทศ ทั้ง ๑๑ ด้าน  และมีการนำผลการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ รวมถึง มีการนำผลที่ได้รับ ส่งให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำไปใช้ในการปฏิรูปประเทศต่อไป

๓)  มีกิจกรรมเพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ได้แก่ โครงการคนไทยหัวใจเดียวกัน โครงการมหกรรมเอกลักษณ์ไทย หัวใจ ๔ ภาค โครงการฝึกอบรมทดสอบสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ทั้งนี้จะต้องมีการประเมินความพึงพอใจของประชาชนต่อ โครงการที่ได้จัดทำขึ้นโดยผลต้องอยู่ในระดับสูง

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๒ การพัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน มีกลยุทธ์และตัวชี้วัด ดังนี้

  • กลยุทธ์ที่ ๑ การปฏิรูปการศึกษา

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีการผลิตครู ตามความต้องการได้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๗๐ ตามสัดส่วนของ
จำนวนนักเรียนต่อครูผู้สอน และมีการพัฒนาบุคลากรครูโดยมีการจัดงบประมาณสำหรับการวิจัย
และการศึกษาต่อของครู ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของจำนวนครูที่มีอยู่ในสถานศึกษาของรัฐ ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๒) มีแผนพัฒนาปรับปรุงระบบบริหารจัดการ และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการศึกษาให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยประเมินผลจากการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้
ในสถานศึกษาต่าง ๆ ของรัฐไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของสถานศึกษาทั้งหมดของรัฐ รวมถึงสามารถใช้ได้
อย่างต่อเนื่อง และมีระบบบำรุงรักษาได้อย่างเป็นระบบภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

  • มีร้อยละของจำนวนนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โดยต้องมีไม่เกินร้อยละ ๓
    ในทุกระดับชั้น ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

                    – ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวสู่ความยั่งยืน ดังนี้

๑) มีการผลิตครู ตามความต้องการได้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๑๐๐ ตามสัดส่วน
ของจำนวนนักเรียนต่อครูผู้สอน ภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ และมีการพัฒนาบุคลากรครูโดยมีการ
จัดงบประมาณสำหรับการวิจัยและการศึกษาต่อของครู เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ต่อปี จนถึงปีงบประมาณ ๒๕๖๔

๒) มีการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการศึกษาให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยประเมินผลจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำไปใช้ในสถานศึกษาต่าง ๆ ของรัฐไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐
ของสถานศึกษาทั้งหมดของรัฐ ภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๔

๓) มีร้อยละของจำนวนนักเรียนที่อ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้น โดยต้องมีร้อยละ ๑๐๐
เมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๑ ภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๔

  • กลยุทธ์ที่ ๒ การสร้างความรู้ให้กับประชาชนมีภูมิคุ้มกันต่อปัญหาด้านสาธารณสุข

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีการส่งเสริมการเรียนรู้ ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของภัยคุกคามด้านสาธารณสุข เพื่อศักยภาพด้านการระวังป้องกัน ด้วยการจัดทำแผนพัฒนาหลักสูตรการศึกษาให้มีประเด็นของภัยคุกคาม
ด้านสาธารณสุข ให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๒) มีการจัดระบบการสื่อสารให้ประชาชนได้เรียนรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของภัยคุกคาม
ด้านสาธารณสุข ด้วยการประชาสัมพันธ์ที่หลากหลาย และทั่วถึง และประเมินจากการรับรู้ของประชาชนทั่วไป โดยต้องมีผลการประเมินการรับรู้ต่อภัยคุกคามด้านสาธารณสุขของประชาชนทั่วไป อยู่ในระดับสูง ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

  • กลยุทธ์ที่ ๓ การเสริมสร้างและพัฒนาสุขภาพของประชาชน

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีมาตรการควบคุมด้านอาหารที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ให้แล้วเสร็จ ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๒) มีกฎหมายควบคุมการส่งเสริมการตลาด เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับทารกและเด็กเล็ก
และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

  • กลยุทธ์ที่ ๔ การเสริมสร้างค่านิยม จิตสำนึก และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทย

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมของไทย และมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางศาสนาในห้วงวันสำคัญภายในปี ๒๕๕๘ เพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ เมื่อเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และประชาชนต้องเห็นความสำคัญของวัฒนธรรมไทยและศาสนาต่อสังคมไทย ผ่านการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมไทยและศาสนานั้น โดยต้องมีผลการประเมินอยู่ในระดับสูง

๒) มีกระบวนการให้ความรู้เรื่องหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนา ในเชิงบูรณาการ
โดยนำไปสู่ระบบการศึกษา ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ได้อย่างเป็นระบบและเชื่อมโยงกันอย่างเป็นรูปธรรม ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวสู่ความยั่งยืน ดังนี้

ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมของไทย และมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางศาสนา
ในห้วงวันสำคัญ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ ต่อปี จนถึงปี ๒๕๖๔

  • กลยุทธ์ ๕ การจัดทำนวัตกรรมในการส่งเสริมการพัฒนาและความมั่นคงของประเทศ

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

มีมาตรการลดหย่อนภาษี เพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวสู่ความยั่งยืน ดังนี้

มีการจัดสรรงบประมาณของประเทศอย่างน้อย ร้อยละ ๒ ของ GDP ในการวิจัย
และพัฒนาต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเป็นการส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตและควบคุมทางการเกษตร และยกระดับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเพื่อให้อยู่ในมาตรฐานสากล ภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๔

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ การสร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตร ความมั่นคงของอาหาร และพลังงาน มีกลยุทธ์และตัวชี้วัด ดังนี้

  • กลยุทธ์ที่ ๑ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) พัฒนาระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำธรรมชาติ ทั้งแหล่งน้ำผิวดิน น้ำบาดาล และระบบชลประทาน เพื่อการเกษตร ให้ได้ร้อยละ ๙๐ ของแผนงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๒) พัฒนาระบบประปาชนบทหรือประปาหมู่บ้าน และระบบประปาเมือง ตลอดจนการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อสนับสนุนน้ำอุปโภคและบริโภคให้กับโรงเรียนและชุมชน ให้ได้ร้อยละ ๙๐ ของแผนงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๓) ปรับปรุงระบบการอนุรักษ์ดินและระบบเตือนภัย เพื่อป้องกันการสูญเสียหน้าดินและพื้นดินถล่ม ให้ได้ร้อยละ ๘๐ ของแผนงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๔) มีการนำระบบดาวเทียม มาใช้ในการจัดสรรการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ โดยให้พร้อมภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวสู่ความยั่งยืน ดังนี้

๑) พัฒนาระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำธรรมชาติ ทั้งแหล่งน้ำผิวดิน น้ำบาดาล และระบบชลประทาน เพื่อการเกษตร ให้ได้ร้อยละ ๑๐๐ ของพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดในแผนงาน

๒) พัฒนาระบบประปาชนบทหรือประปาหมู่บ้าน และระบบประปาเมือง ตลอดจน
การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อสนับสนุนน้ำอุปโภคและบริโภคให้กับโรงเรียนและชุมชน ให้ได้ร้อยละ ๑๐๐ ของพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดในแผนงาน

๓) ปรับปรุงระบบการอนุรักษ์ดินและระบบเตือนภัย เพื่อการป้องกันการสูญเสียหน้าดินและพื้นดินถล่มให้ได้ร้อยละ ๑๐๐ ของพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดในแผนงาน

 

  • กลยุทธ์ที่ ๒ การแก้ไขปัญหาเกษตรกรและการประมงอย่างยั่งยืน

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีกฎหมายว่าด้วยการช่วยเหลือเกษตรกร และพระราชบัญญัติประมง พ.ศ.๒๕๕๘ รวมทั้งการแก้ไขกฎหมายและระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้บริการเกษตรกร และสนับสนุนการทำประมง โดยให้สามารถออกกฎหมายได้ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๒) มีกองทุนพัฒนาระบบสหกรณ์เพื่อให้เกษตรกรสามารถรวมตัวกันในการจัดหาปัจจัยการผลิตที่ไม่ถูกเอาเปรียบ มีระบบแปรรูปสินค้าเกษตรร่วมกัน และมีระบบตลาดของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่รวมกันเพื่อไม่ให้ถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง โดยให้พร้อมได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของแต่ละพื้นที่
ก่อนสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๓) จัดระเบียบในการทำประมง โดยการจดทะเบียน การออกใบอนุญาต การควบคุม ติดตามตำแหน่งเรือและเฝ้าระวังการทำประมง รวมทั้งพัฒนาระบบและปรับปรุงการบริหารจัดการการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านประมง ให้ได้ร้อยละ ๑๐๐ ของแผนงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวสู่ความยั่งยืน ดังนี้

๑) มีกองทุนพัฒนาระบบสหกรณ์เพื่อให้เกษตรกรสามารถรวมตัวกันในการจัดหาปัจจัยการผลิตที่ไม่ถูกเอาเปรียบ มีระบบแปรรูปสินค้าเกษตรร่วมกัน และมีระบบตลาดของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่รวมกันเพื่อไม่ให้ถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ให้ได้ร้อยละ ๑๐๐ ของแต่ละพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดในแผนงาน

๒) มีแผนงานระดับชาติในการป้องกัน ยับยั้งและขจัดการทำประมง IUU (NPOA-IUU)

  • กลยุทธ์ที่ ๓ การพัฒนาพลังงานทางเลือก

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีแผนแม่บทในการใช้พลังงานทางเลือก ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๒) มีแผนแม่บทในการนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมาใช้เป็นพลังงานทางเลือก ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๓) มีมาตรการส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวสู่ความยั่งยืน ดังนี้

๑) สามารถเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนได้ร้อยละ ๒๕ ของการใช้พลังงานทั้งหมด
ในปี ๒๕๖๔

๒) มีการดำเนินงานตามบรรลุผลแผนแม่บทในการใช้พลังงานทางเลือก และแผนแม่บท
ในการนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมาใช้เป็นพลังงานทางเลือก ให้ได้ร้อยละ ๑๐๐ ของเป้าหมายทั้งหมด
ตามแผนแม่บท

๓) มีการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการผลิตพลังงานทางเลือก ตามเป้าหมายทั้งหมด
ในแผนงาน อย่างต่อเนื่องจนถึงปี ๒๕๖๔

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๔ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน มีกลยุทธ์
และตัวชี้วัด ดังนี้

  • กลยุทธ์ที่ ๑ การเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการ

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีการนำ Digital SMEs มาใช้ในSMEs โดยกำหนดให้มีผู้เข้าร่วมโครงการ ๑,๕๐๐ ราย ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๒) มีการเพิ่มศักยภาพสหกรณ์ในการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ ตามพื้นที่เป้าหมายบริเวณชายแดน โดยประเมินจากมูลค่าการค้าชายแดนให้สูงขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๓) มีการพัฒนาศักยภาพผู้นำสหกรณ์ในเชิงธุรกิจ ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐ ของพื้นที่นำร่องเศรษฐกิจพิเศษภายใน ปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๔) มีการสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชนในรูปแบบ Public Private Partner­ships โดยมีกฎระเบียบและระบบบริหารจัดการรองรับให้พร้อมภายในปี งบประมาณ ๒๕๕๘

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวสู่ความยั่งยืน ดังนี้

เพิ่มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานการเกษตรที่จำเป็น ตลอดจนพัฒนาศักยภาพผู้นำสหกรณ์ในเชิงธุรกิจ ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐ ของพื้นที่นำร่องเศรษฐกิจพิเศษภายใน ปี ๒๕๖๔

  • กลยุทธ์ที่ ๒ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีการพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง ด้วยระบบรถไฟทางคู่ ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ตามแผนงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๒) การพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานคร
และปริมณฑล ด้วยเส้นทางรถไฟฟ้า ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ตามแผนงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๓) การพัฒนาการขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ด้วยการปรับเปลี่ยนใช้ยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (NGV) ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ตามแผนงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๕ การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาค เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม
มีกลยุทธ์และตัวชี้วัด ดังนี้

  • กลยุทธ์ที่ ๑ การปรับระบบโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาค

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีการพัฒนาความเชื่อมโยงด้านการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ภายใต้กรอบ
ความร่วมมือในอนุภูมิภาค ทั้งโครงข่ายการขนส่งทางบก ทางน้ำและการเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งทางอากาศ โดยให้มีความพร้อมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของแผนงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๒) พัฒนาฐานลงทุนโดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับอนุภูมิภาค
พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและเมืองชายแดน โดยในปี ๒๕๕๘ ให้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ จากฐานปี ๒๕๕๗

ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวสู่ความยั่งยืน ดังนี้

๑) มีการพัฒนาความเชื่อมโยงด้านการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ภายใต้กรอบ
ความร่วมมือในอนุภูมิภาค ทั้งโครงข่ายการขนส่งทางบก ทางน้ำและการเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งทางอากาศ โดยให้มีความพร้อมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ตามเป้าหมายทั้งหมดในแผนงาน

๒) พัฒนาฐานลงทุนโดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับอนุภูมิภาค พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและเมืองชายแดน ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ ของทุกปี จนถึงปี ๒๕๖๔

  • กลยุทธ์ที่ ๒ การส่งเสริมแรงงานในการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มรายได้ของประเทศ

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีระบบในการคุ้มครองรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงาน และการส่งเสริมแรงงานไทย
ไปทำงานในต่างประเทศ โดยการตรวจคุ้มครองแรงงานในกิจการกลุ่มเสี่ยง เพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในพื้นที่ ๗๖ จังหวัด ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๒) มีระบบการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคภัย โดยกำหนดมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่อข้ามพรมแดนโดยให้พร้อมภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๖ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีกลยุทธ์และตัวชี้วัด ดังนี้

  • กลยุทธ์ที่ ๑ จัดระบบอนุรักษ์ ฟื้นฟูและป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) ดำเนินการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรป่าไม้ทั้งป่าต้นน้ำลำธาร และป่าชุมชน ให้ได้ร้อยละ ๑๐๐ ของแผนงานประจำปี ๒๕๕๘

๒) ดำเนินการป้องกัน ปราบปรามและควบคุมการตัดไม้ทำลายป่าและลักลอบการค้าทรัพยากรป่าไม้ที่ควบคุม รวมทั้งสัตว์ป่าสงวน ให้ได้ร้อยละ ๑๐๐ ของแผนงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๓) มีการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งชาติ, การป้องกันการบุกรุกและครอบครองพื้นที่ป่าไม้และลักลอบตัดไม้ ในพื้นที่วิกฤตรุนแรง ๑๒ จังหวัด โดยให้พร้อมภายใน ปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๔) ดำเนินการพัฒนาให้มีระบบฐานข้อมูลดิจิตอล เพื่อการบริหารจัดการและการจัดทำแนวเขตทรัพยากรป่าไม้ทุกประเภทให้เป็นแนวเดียวกัน ด้วยแผนที่แนวเขต มาตราส่วน ๑ : ๔,๐๐๐ ให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๕) หน่วยราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีระบบการจัดการขยะมูลฝอย
และของเสียอันตราย ตลอดจนออกข้อบัญญัติท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐๐ ของแผนงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๖) มีการดำเนินการจัดทำพระราชบัญญัติบริหารจัดการขยะมูลฝอยแห่งชาติ
และพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และซากผลิตภัณฑ์อื่น
โดยให้เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และผ่านการพิจารณาได้ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวสู่ความยั่งยืน ดังนี้

๑) มีการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ ใน ๒ ระยะ คือ
พ.ศ.๒๕๕๘ ถึง ๒๕๕๙ และ พ.ศ.๒๕๖๐ ถึง ๒๕๖๔

๒) มีประกาศ ข้อบังคับ เพื่อการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย รวมทั้งมีการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ตลอดจนการนำผลจากการกำจัดขยะมูลฝอยมาใช้ประโยชน์ ให้แล้วเสร็จตามแผนงาน ภายในปี ๒๕๖๐

๓) มีการฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรม การเพิ่มพื้นที่ป่าชุมชน ป่าเศรษฐกิจชุมชน
ให้ได้ร้อยละ ๑๐๐ ของพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดในแผนงาน

๔) พื้นที่ป่าไม้เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๒๐ จากที่มีอยู่ หรือประมาณ ๑๐ ล้านไร่

  • กลยุทธ์ที่ ๒ การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีการดำเนินงานในการลงทะเบียนอาสาสมัครประชาชนรักษาป่าในชุมชน
โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ ๕๐ ของประชากรในชุมชนรอบพื้นที่
เขตป่าสงวนแห่งชาติ

๒) มีการดำเนินการอบรมให้ความรู้แก่คนในชุมชนในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของประชากรในชุมชน ภายในปี ๒๕๕๘

๓) มีจำนวนคดีความที่เกี่ยวข้องกับการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลดลงกว่าเมื่อเทียบกันกับห้วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๗ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจ ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในการใช้บริการอย่างแท้จริง มีกลยุทธ์และตัวชี้วัด ดังนี้

  • กลยุทธ์ : การปรับปรุงการบริหารรัฐวิสาหกิจให้เกิดประโยชน์กับประชาชน

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีการจัดทำแผนแม่บทในการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจของประเทศ เพื่อปรับบทบาทรัฐวิสาหกิจ ตลอดจนการพัฒนาระบบกำกับดูแลและระบบบรรษัทภิบาลของรัฐวิสาหกิจ ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๒) มีแผนติดตามและแก้ไขปัญหาองค์กรของรัฐวิสาหกิจ ๗ แห่ง ดังนี้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท กสท. จำกัด (มหาชน), ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, การรถไฟแห่งประเทศไทย, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๘

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวสู่ความยั่งยืน ดังนี้

ประชาชนมีความพึงพอใจในการรับบริการของรัฐวิสาหกิจของประเทศ อยู่ในระดับ
ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงปี ๒๕๖๔

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๘ การปรับปรุงระบบโทรคมนาคม เทคโนโลยีของชาติให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน
ในอนาคต ให้ทัดเทียมอาเซียนและประชาคมโลก
มีกลยุทธ์และตัวชี้วัด ดังนี้

  • กลยุทธ์ที่ ๑ : การปรับปรุงระบบโทรคมนาคมของชาติให้ทัดเทียมอาเซียนและประชาคมโลก

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

การเปลี่ยนผ่านการออกอากาศโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกสู่ระบบดิจิตอล ระยะที่ ๒ ดำเนินการเสร็จสิ้น ในปีงบประมาจสิ้นณ ๒๕๕๘

  • กลยุทธ์ที่ ๒ : การปรับปรุงเทคโนโลยีของชาติให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศของข้าวดำเนินการให้เสร็จสิ้น ในปีงบประมาจสิ้นณ ๒๕๕๘

๒) มีระบบภูมิศาสตร์สารสนเทศ (GIS) เพื่อข้อมูลการผังเมือง และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ดำเนินการให้เสร็จสิ้น ในปีงบประมาจสิ้นณ ๒๕๕๘

๓) การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสนับสนุนการทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ดำเนินการให้เสร็จสิ้น ในปีงบประมาจสิ้นณ ๒๕๕๘

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๙ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างยั่งยืน มีกลยุทธ์และตัวชี้วัด ดังนี้

  • กลยุทธ์ : จัดระบบในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างยั่งยืน

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะสั้น ดังนี้

๑) มีกลไก ตรวจสอบถ่วงดุล โดยมีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน และพัฒนาระบบ
รับเรื่องร้องเรียนและร้องทุกข์ของศูนย์ดำรงธรรมให้ถึงระดับหมู่บ้าน ผ่านโครงการจังหวัดเคลื่อนที่และอำเภอเคลื่อนที่ ให้พร้อมภายในไตรมาสที่สองของปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๒) แก้ไขระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย และเกณฑ์จริยธรรมเพื่อควบคุมการปฏิบัติ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล สร้างความร่วมมือภาคีเครือข่าย ภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริตให้พร้อมภายในไตรมาสที่สองของปีงบประมาณ ๒๕๕๘

๓) ความโปร่งใสของประเทศไทยมีอันดับที่สูงขึ้น โดยดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่น
ไม่ต่ำกว่า ๔.๐ คะแนน ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๙

– ตัวชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายระยะยาวสู่ความยั่งยืน ดังนี้

ความโปร่งใสของประเทศไทยมีอันดับที่สูงขึ้น โดยดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่น
ไม่ต่ำกว่า ๕.๐ คะแนน ติดต่อกันจนถึงปี ๒๕๖๔

 

4.5  นโยบายของรัฐบาล (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา)

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี    ได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งมีนโยบายทั้งสิ้น 11 ด้าน เน้นความมั่นคงและไร้ทุจริตประกอบด้วย
1. การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์
โดยจะใช้มาตรการทางกฎหมายมาตรการทางสังคมจิตวิทยา และมาตรการทางระบบสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินการกับผู้คะนองปาก   ย่ามใจหรือประสงค์ร้าย   มุ่งสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ   โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกและความผูกพันภักดีของคนอีกเป็นจำนวนมาก  ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นจริงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน    ทั้งจะสนับสนุนโครงการทั้งหลายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ตลอดจนเร่งขยายผลตามโครงการและแบบอย่างที่ทรงวางรากฐานไว้ให้แพร่หลายและเกิดประโยชน์ในวงกว้าง

 

  1. การรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประทศ
    2.1 ในระยะเร่งด่วน   รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการเตรียมพร้อมสู่ประชาคมการเมือง  และความมั่นคงอาเซียนในกิจการ 5 ด้าน ประกอบด้วย

– การบริหารจัดการชายแดน

– การสร้างความมั่นคงทางทะเล

– การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ

– การสร้างความไว้วางใจกับประเทศเพื่อนบ้าน

– การเสริมสร้างในการปฏิบัติการทางการทหารร่วมกันของอาเซียน โดยเน้นความร่วมมือเพื่อป้องกัน แก้ไขข้อพิพาทต่าง ๆ รวมถึงการแก้ไขปัญหาเส้นเขตแดนโดยใช้กลไกระดับทวิภาคีและพหุภาคี

2.2 เร่งแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้  โดยนำยุทธศาสตร์  เข้าใจ  เข้าถึง และพัฒนามาใช้ตามแนวทางกัลยาณมิตรแบบสันติวิธี  พร้อมส่งเสริมการพูดคุยสันติสุขกับผู้มีความคิดเห็นต่างจากรัฐและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ  ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่    ทั้งจะเพิ่มระดับปฏิสัมพันธ์กับต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศที่อาจช่วยคลี่คลายปัญหาได้

2.3 พัฒนาและเสริมสร้างของกองทัพและระบบป้องกันประเทศให้ทันสมัย     มีความพร้อมในการรักษาอธิปไตย    และผลประโยชน์ของชาติ    ปลอดพ้นจากการคุกคามทุกรูปแบบ   ส่งเสริมและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเองในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้

2.4 เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศ  บนหลักการที่ว่านโยบายการต่างประเทศเป็นส่วนประกอบสำคัญของนโยบายองค์รวมทั้งหมดในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ว่าในด้านการเมือง เศรษฐกิจหรือสังคม   โดยจะนำกลไกทางการทูตแบบบูรณาการมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม

  1. การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการภาครัฐ
    3.1 ในระยะเฉพาะหน้า จะเร่งสร้างโอกาส อาชีพ และการมีรายได้ที่มั่นคงแก่ผู้ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานโดยให้แรงงานทั้งระบบมีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในทุกระดับอย่างมีมาตรฐาน

3.2 ป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง การทารุณกรรมต่อแรงงานข้ามชาติ การท่องเที่ยวที่เน้นบริการทางเพศและเด็ก  และปัญหาคนขอทาน  ด้วยการปรับปรุงกฎหมายข้อบังคับที่จำเป็นและเพิ่มความเข้มงวดในการระวังตรวจสอบ

3.3 ในระยะต่อไป   จะพัฒนาระบบการคุ้มครองทางสังคม  ระบบการออมและระบบสวัสดิการชุมชนให้มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น   รวมทั้งการดูแลให้มีระบบการกู้ยืมที่เป็นธรรมและการสงเคราะห์ผู้ยากไร้อัตภาพ  พัฒนาศักยภาพ คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิจัดสวัสดิการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้สูงอายุ สตรีและเด็ก

3.4 เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการมีเงินหรือกิจกรรมที่เหมาะสม เพื่อสร้างสรรค์และไม่ก่อภาระต่อสังคมในอนาคต โดยจัดเตรียมระบบการดูแลในบ้าน สถานพักฟื้น และโรงพยาบาล ที่เป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและครอบครัว รวมทั้งพัฒนาระบบการเงินการคลังสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ

3.5 เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมที่มีความหลากหลาย

3.6 จัดระเบียบสังคม สร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนทั่วไป โดยใช้ค่านิยมหลัก 12 ประการ ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ได้ประกาศไว้แล้ว

3.7 แก้ปัญหาการไร้ที่ดินทำกินของเกษตรกรและการรุกล้ำเขตป่าสงวน โดยการกระจายสิทธิการถือครองให้แก่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รุกล้ำ    และออกมาตรการป้องกันการเปลี่ยนมือไปอยู่ในครอบครองของผู้ที่มิใช่เกษตรกรใช้เทคโนโลยีดาวเทียมสำรวจและวิธีการแผนที่ที่ทันสมัย แก้ไขปัญหาเขตที่ดินทับซ้อนและแนวเขตพื้นที่ป่าที่ไม่ชัดเจน

  1. การศึกษาและเรียนรู้ การทะนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม

4.1 จัดให้มีการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้  โดยให้ความสำคัญทั้งการศึกษาในระบบและการศึกษาทางเลือกไปพร้อมกัน เพื่อสร้างคุณภาพของคนไทยให้สามารถเรียนรู้  พัฒนาตนได้เต็มตามศักยภาพ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ  และพัฒนากำลังคนให้เป็นที่ต้องการเหมาะสมกับพื้นที่  ทั้งในด้านการเกษตร  อุตสาหกรรม และธุรกิจบริการ

4.2 ในระยะเฉพาะหน้า จะปรับเปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการศึกษาให้สอดคล้องกับความจำเป็นของผู้เรียนและลักษณะพื้นที่ของสถานศึกษาจัดระบบการสนับสนุนให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปมีสิทธิเลือกรับบริการการศึกษาทั้งในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน   โดยอาจจะพิจารณาจัดให้มีคูปองการศึกษาเป็นแนวทางหนึ่ง

4.3 ให้องค์กรภาคประชาสังคม ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไปมีโอกาสร่วมจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและทั่วถึงและร่วมในการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้
4.4 พัฒนาระบบการผลิตและพัฒนาครูที่มีคุณภาพและมีจิตวิญญาณของความเป็นครู   เน้นครูผู้สอนให้มีวุฒิตรงตามวิชาที่สอน นำเทคโนโลยีสารสนเทศและเครื่องมือที่เหมาะสมมาใช้ในการเรียนการสอนเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยครูหรือเพื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
4.5 ทะนุบำรุงและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ สนับสนุนให้องค์กรทางศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรม  จริยธรรม  ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิต  สร้างสันติสุขและความปรองดองสมานฉันท์ในสังคมไทยอย่างยั่งยืน
5. การยกระดับคุณภาพชีวิตบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชน

5.1 วางรากฐานให้ระบบหลักประกันสุขภาพ  ให้มีความครอบคลุมประชากรในทุกภาคส่วนอย่างมีคุณภาพโดยไม่มีความเหลื่อมล้ำของคุณภาพบริการในแต่ละระบบ และบูรณาการข้อมูลระหว่างทุกระบบหลักประกันสุขภาพ

5.2 พัฒนาระบบบริหารสุขภาพโดยเน้นการป้องกันโรคมากกว่ารอให้ป่วยแล้วจึงมารักษา สร้างกลไกจัดการสุขภาพในระดับเขตแทนการกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลาง   ปรับระบบการจ้างงาน   การกระจายบุคลากรและทรัพยากรสาธารณสุขให้เหมาะสมกับท้องถิ่น

5.3  ประสานการทำงานระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ  ในสังคม   เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และปัญหาด้านการแพทย์และจริยธรรมของการอุ้มบุญ  การปลูกถ่ายอวัยวะและสเต็มเซลล์โดยจัดให้มีมาตรการและกฎหมายที่รัดกุม
6. การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

รัฐบาลจะดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเป็น  3  ระยะ  คือ ระยะเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการทันที ระยะต่อไปที่ต้องแก้ไขปัญหาพื้นฐานที่ค้างคาอยู่ และระยะยาวที่ต้องวางรากฐานเพื่อความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

6.1 ในระยะเร่งด่วน  เร่งจ่ายงบลงทุนของปีงบประมาณ  พ.ศ.  2557    ที่ยังค้างอยู่ก่อนที่จะพ้นกำหนดภายในสิ้นปีนี้

6.2 สานต่อนโยบายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ได้จัดทำไว้  โดยนำหลักการสำคัญของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ   พ.ศ. 2559  ที่ให้ความสำคัญในการบูรณาการงบประมาณ และความพร้อมในการดำเนินงานร่วมนำแหล่งเงินอื่นมาประกอบการพิจารณาด้วย ทบทวนภารกิจที่มีลักษณะไม่ยั่งยืนหรือสร้างภาระหนี้สาธารณะของประเทศเกินความจำเป็น  และแสดงรายการลงทุนในระดับจังหวัดเพื่อความโปร่งใส เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ

6.3 กระตุ้นการลงทุนด้ายการเร่งพิจารณาโครงการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนักลงทุนยื่นขออนุมัติส่งเสริมการลงทุนไว้แล้วให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และนำโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานประเภทที่มีผลตอบแทนดี

6.4 ดูแลเกษตรให้มีรายได้ที่เหมาะสมด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ลดต้นทุนการผลิต การช่วยเหลือในเรื่องปัจจัยการผลิตอย่างทั่วถึง

6.5 ลดอุปสรรคในการส่งออกเพื่อให้เกิดความคล่องตัว เช่น ปรับปรุงวิธีการตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าและมาตรฐานการผลิตระดับไร่นา เป็นต้น

6.6 ชักจูงให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย  โดยพิจารณามาตรการลดผลกระทบจากการประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางพื้นที่ที่มีต่อการท่องเที่ยวในโอกาสแรกที่จะทำได้
6.7 ในระยะยาวต่อไป   ประสานนโยบายการเงินและการคลังให้สอดคล้องกันเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจพร้อมกับการรักษาเสถียรภาพของราคาอย่างเหมาะสม

6.8 แก้ปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝนและปัญหาขาดแคลนน้ำในบางพื้นที่และบางฤดูกาล  โดยระดมความคิดเห็นเพื่อหาทางออกไม่ให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงดังเช่นปี  2554  ส่วนภาวะภัยแล้งนั้นรัฐบาลจะเร่งดำเนินการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กให้กระจายครอบคลุม ซึ่งจะสามารถทำได้ในเวลาประมาณ 1 ปี

6.9 ปฏิรูปโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ   ให้สอดคล้องกับต้นทุนและให้มีภาระภาษีที่เหมาะสมระหว่างน้ำมันต่างชนิดและผู้ใช้ต่างประเภท รวมถึงการดำเนินการให้มีการสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบรอบใหม่ทั้งในทะเล     และบนบกและดำเนินการให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นโดยหน่วยงานของรัฐและเอกชนด้วยวิธีการเปิดเผย โปร่งใส และเป็นมิตรต่อสภาวะแวดล้อม พร้อมกับร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาพลังงาน
6.10 ปรับปรุงวิธีการจัดเก็บภาษีให้จัดเก็บอย่างครบถ้วน  โดยปรับปรุงโครงสร้างภาษีให้คงภาษีเงินได้ไว้ในระดับปัจจุบัน  ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล แต่ปรับปรุงโครงสร้างอัตราภาษีทางด้านการค้าและขยายรากฐานการจัดเก็บภาษีประเภทใหม่ ซึ่งจะจัดเก็บจากทรัพย์สิน เช่น ภาษีมรดก ภาษีจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยให้มีผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยให้น้อยที่สุด  รวมทั้งปรับปรุงการลดหย่อนภาษีเงินได้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้มีรายได้น้อย  และยกเลิกการยกเว้นภาษีประเภทที่เอื้อประโยชน์เฉพาะผู้ที่มีฐานะการเงินดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น

6.11 บริหารจัดการหนี้ภาครัฐที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนสูงมากกว่า 700,000 ล้านบาท และเป็นภาระงบประมาณใน  5  ปีข้างหน้า  อันจะทำให้เหลืองบประมาณเพื่อการลงทุนพัฒนาประเทศน้อยลง โดยประมวลหนี้เหล่านี้ให้ครบถ้วน หาแหล่งเงินระยะยาวมาสะสางหนี้ทั้งหมด และยืดระยะเวลาชำระคืนให้นานที่สุดเพื่อลดภาระของงบประมาณในอนาคต

6.12 ในระยะยาว พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

– ด้านการขนส่งและคมนาคมทางบก โดยเริ่มโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนใน  กทม.  และรถไฟฟ้าเชื่อม กทม. กับเมืองบริวารเพิ่มเติมเพื่อลดเวลาในการเดินทางของประชาชน เพื่อตั้งฐานให้รัฐบาลต่อไปทำได้ทันที

– ด้านคมนาคมทางอากาศ โดยปรับปรุงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 ท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานในภูมิภาค เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– ด้านการคมนาคมทางน้ำ โดยพัฒนาการขนส่งสินค้าทางลำน้ำชายฝั่งทะเล เพื่อลดต้นทุนระบบโลจิสติกส์ของประเทศ เริ่มจากการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือชายฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ตลอดจนผลักดันให้ท่าเรือในลำน้ำเจ้าพระยาและป่าสักมีการใช้ประโยชน์ในการขนส่งสินค้าภายในประเทศและเชื่อมโยงกับท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้งการขุดลอกร่องน้ำลึก

6.13 ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการในสาขาขนส่งที่มีการแยกบทบาทและภารกิจของหน่วยงานในระดับนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยปฏิบัติที่ชัดเจน และจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลระบบราง เพื่อทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัย โครงสร้างอัตราค่าบริการที่เป็นธรรม การลงทุน การบำรุงรักษาและการบริหารจัดการ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาระบบรางให้เป็นโครงข่ายหลักของประเทศ

6.14 พัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพ กำหนดเป้าหมายและมาตรการที่จะแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูกิจการ ตลอดจนพิจารณาความจำเป็นในการคงบทบาทการเป็นรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

6.15 ในด้านเกษตรกรรม ดำเนินการใน 2 เรื่องใหญ่ คือ     การปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการด้วยวิธีการต่าง ๆ

6.16 ในด้านอุตสาหกรรม ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพพื้นฐานของประเทศ อาทิ ส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้การออกแบบและสร้างสรรค์ เป็นต้น
6.17 เพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้เข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6.18 ส่งเสริมภาคเศรษฐกิจดิจิทัลและวางรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลให้เริ่มขับเคลื่อนได้อย่างจริงจัง ซึ่งจะทำให้ทุกภาคเศรษฐกิจก้าวหน้าไปได้ทันโลกและสามารถแข่งขันในโลกสมัยใหม่ได้
7. การส่งเสริมบทบาทและการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน

– เร่งพัฒนาความเชื่อมโยงด้านการขนส่งภายในอนุภูมิภาคและภูมิอาเซียน โดยเร่งขับเคลื่อนตามแผนงานการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS) แผนความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) แผนความร่วมมือแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) และแผนแม่บทความเชื่อมโยงในอาเซียน

– พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ   โดยเริ่มจากการพัฒนาด่านการค้าชายแดนและโครงข่ายการคมนาคมขนส่งบริเวณประตูการค้าหลักของประเทศเพื่อรองรับการเชื่อมโยงกระบวนการผลิตและการลงทุนข้ามแดน พัฒนาระบบ National Single Window (NSW) โดยระยะแรกให้ความสำคัญกับด่านชายแดนที่สำคัญ 6 ด่าน ได้แก่ ปาดังเบซาร์สะเดา อรัญประเทศ แม่สอด บ้านคลองลึก และบ้านคลองใหญ่

  1. การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม
    8.1 สนับสนุนการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาของประเทศเพื่อมุ่งเป้าหมายให้ไม่ต่ำกว่า 1% ของรายได้ประชาชาติ และมีสัดส่วนรัฐต่อเอกชน 30:70 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อให้ประเทศมีความสามารถในการแข่งขัน
    8.2 ส่งเสริมให้โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศ เช่น ด้านพลังงานสะอาด ระบบราง ยานยนต์ ไฟฟ้า การจัดการน้ำและขยะ ใช้ประโยชน์จากผลการศึกษาวิจัย และพัฒนาและนวัตกรรมของไทยตามความเหมาะสม ในกรณีที่จำเป็นจะต้องซื้อวัสดุอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีจากต่างประเทศ จะให้มีเงื่อนไขการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้สามารถพึ่งตนเองได้ในอนาคตด้วย
    9. การรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
    9.1 ในระยะเฉพาะหน้า เร่งปกป้องและฟื้นฟูพื้นที่อนุรักษ์ ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า โดยให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ พร้อมส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่เอกชน เพื่อลดแรงกดดันในการตัดไม้จากป่าธรรมชาติ

9.2 ในระยะต่อไป พัฒนาระบบบริหารจัดการที่ดินและแก้ไขการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยยึดแนวพระราชดำริที่ให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ เช่น การกำหนดเขตป่าชุมชนให้ชัดเจน

9.3 บริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้เป็นเอกภาพในทุกมิติทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ จัดให้มีแผนบริหารน้ำของประเทศ เพื่อให้การจัดทำแผนงานไม่เกิดความซ้ำซ้อนมีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

9.4 เร่งรัดการควบคุมมลพิษทางอากาศ ขยะ และน้ำเสีย ที่เกิดจากการผลิตและบริโภค ในพื้นที่ใดที่สามารถจัดการขยะมูลฝอยด้วยการแปรรูปเป็นพลังงานก็จะสนับสนุนให้ดำเนินการ ส่วนขยะอุตสาหกรรมนั้นจะวางระเบียบมาตรการเป็นพิเศษ โดยกำหนดให้ทิ้งในบ่อขยะอุตสาหกรรมที่สร้างขึ้นแบบมีมาตรฐาน และพัฒนาระบบตรวจสอบไม่ให้มีการลักลอบทิ้งขยะติดเชื้อ และใช้มาตรการทางกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด
10. การส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล และการป้องกันปราบปรามการทุจริต
10.1 จัดระบบอัตรากำลังและปรับปรุงค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐให้เหมาะสมและเป็นธรรม ยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นวางใจในระบบราชการ ลดต้นทุนดำเนินการของภาคธุรกิจเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับนานาประเทศ การรักษาบุคลากรภาครัฐที่มีประสิทธิภาพไว้ในระบบราชการ โดยจะดำเนินการตั้งแต่ระยะเฉพาะหน้าไปตามลำดับความจำเป็นและตามที่กฎหมายเอื้อให้สามารถดำเนินการได้

10.2 ในระยะแรก กระจายอำนาจเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริหารสาธารณะได้รวดเร็ว ทั้งจะวางมาตรการทางกฎหมาย มิให้เจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยง ประวิงเวลา หรือใช้อำนาจโดยมิชอบก่อให้เกิดการทุจริต หรือสร้างความเสียหายแก่ประชาชนโดยเฉพาะนักลงทุน

ส่วนในระยะเฉพาะหน้า จะเน้นการปรับปรุงหน่วยงานให้บริการด้านการทำธุรกิจ การลงทุน และด้านบริการสาธารณะในชีวิตประจำวันเป็นสำคัญ

10.3 เสริมสร้างระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้ายบุคลากรภาครัฐ วางมาตรการป้องกันการแทรกแซงจากนักการเมือง และส่งเสริมให้มีการนำระบบพิทักษ์คุณธรรมมาใช้ในการบริหารงานบุคคลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ

10.4ปรับปรุงและจัดให้มีกฎหมายที่ครอบคลุมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการมีผลประโยชน์ทับซ้อนในภาครัฐทุกระดับโดยถือว่าเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญเร่งด่วนแห่งชาติและเป็นเรื่องที่ต้องแทรกอยู่ในการปฏิรูปทุกด้าน

 

 

  1. การปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

11.1 ในระยะเฉพาะหน้า จะเร่งปรับปรุงประมวลกฎหมายหลักของประเทศและกฎหมายอื่น ๆ ที่ล้าสมัย ไม่เป็นธรรม ไม่สอดคล้องกับความตกลงระหว่างประเทศ และเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน โดยจะใช้กลไกของหน่วยงานเดิมที่มีอยู่ และระดมผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นคณะกรรมการที่จะจัดตั้งขึ้นเฉพาะกิจเป็นผู้เร่งดำเนินการ

11.2 ในระยะต่อไป จะจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ปราศจาการแทรกแซงของรัฐ

 4.6 ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด

ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์)

 วิสัยทัศน์ 

“ศูนย์กลางการบริการสี่แยกอินโดจีน”

 

พันธกิจ

  1. ยกระดับรายได้และกระจายรายได้ ควบคู่กับการสร้างสังคมที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน
  2. พัฒนาฐานการผลิตและบริการให้เข้มแข็งและมีเสถียรภาพบนพื้นฐานการพัฒนาผลิตภาพและการสร้างสรรค์
  3. สร้างความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจและสังคมกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ :

1   พัฒนาการค้า การบริการ และการเครือข่ายคมนาคมสี่แยกอินโดจีน
2.  พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ประวัติศาสตร์ กีฬาและวัฒนธรรม

  1. พัฒนาการกระบวนการผลิต การบริหารจัดการและการตลาดสินค้าเกษตร
    4.  บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เป้าประสงค์

  1. 1. เชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมในกลุ่มจังหวัด ภูมิภาคและต่างประเทศ เพื่อใช้ศักยภาพแหล่งที่ตั้ง และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน
  2. เป็นจุดรองรับและประสานการเชื่อมโยงการค้าชายแดน
  3. เป็นศูนย์พัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างศักยภาพการผลิตและบริการที่ประทับใจ
  4. พัฒนาการค้าการลงทุนและความร่วมมือชายแดนไทย – พม่า / ไทย – ลาว
    5. อนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงนิเวศ ประวัติศาสตร์ กีฬาและสุขภาพ
  5. สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
  6. รักษาความสมดุลระหว่างการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและวิถีชีวิตของชุมชน
  7. พัฒนาระบบฐานข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัด
  8. สร้างรายได้ทั้งทางด้านการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชน
  9. ผลผลิตการเกษตรมีคุณภาพ ปลอดภัยได้มาตรฐาน และมีมูลค่าเพิ่มที่ยั่งยืน
    11. บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์

  1. เชื่อมโยงเส้นทางพม่า แม่สอด บ้านโคก ลาวเพื่อรองรับการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด
  2. มีศูนย์ข้อมูลที่เชื่อมระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐเพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านการค้า การลงทุนของกลุ่มจังหวัดฯ สู่อินโดจีน
  3. ยกระดับจุดผ่อนปรนบ้านภูดู่ อำเภอบ้านโคกให้เป็นด่านแดนถาวร
  4. ส่งเสริมสถาบันการศึกษาในกลุ่มจังหวัดฯพัฒนาบุคลากรเพื่อตอบสนองการพัฒนาด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและบริการโดยเฉพาะด้านการเป็นศูนย์กลางทางการเงินของกลุ่มจังหวัด ภูมิภาคและอินโดจีน
  5. พัฒนาให้พื้นที่เป็นศูนย์กลางของการจัดกิจกรรมการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มอินโดจีนและประเทศจีน
  6. ถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น
  7. พัฒนาบุคลากรและเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การสร้างไกด์นำเที่ยว
  8. ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน
  9. การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวย้อนรอยอดีตผ่านการจัดทำสารคดีเนื้อหาเชิงประวัติศาสตร์ให้แก่กลุ่มลูกค้า
  10. ส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่สามารถเข้าถึงและจูงใจกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย
  11. พัฒนาระบบและเครือข่ายข้อมูลการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด
  12. เชื่อมโยงหัตถอุตสาหกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้ชุมชนเข้ากับการท่องเที่ยว
  13. สร้างแบนกลุ่มจังหวัดด้านการท่องเที่ยวให้ชัดเจน(ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง)
  14. จัดระบบการบริหารจัดการกลุ่มผู้ผลิต เกษตร เครือข่าย และสถาบันเกษตรกร
  15. พัฒนากระบวนการผลิตและแปรรูปโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
  16. จัดระบบองค์ความรู้แก่กลุ่มผู้ผลิต เกษตร เครือข่าย และสถาบันเกษตรกร
  17. ส่งเสริมการบริหารจัดการกลไกการตลาด
  18. พัฒนาคุณภาพการผลิต
  19. พัฒนาเครือข่ายเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่
  20. ส่งเสริมการใช้องค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  21. บริหารจัดการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาจากภัยธรรมชาติ
  22. พัฒนาระบบจัดการปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 4.7 ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด 

วิสัยทัศน์จังหวัดเพชรบูรณ์  : “เพชรบูรณ์เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกษตรปลอดภัย ใส่ใจคุณภาพชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง”

 ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดเพชรบูรณ์

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 การเพิ่มมูลค่าการเกษตรโดยการส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่า (ผลิต-อุตสาหกรรม-ค้าขาย-บริการ-ท่องเที่ยว

เป้าประสงค์

1. เพิ่มรายได้ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรมและบริการ
2. เกษตรกรได้ประโยชน์จากองค์ความรู้ด้านการผลิต
3. ภาครัฐมีการปฏิบัติงานที่รวดเร็ว และมีการประสานเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ
4. บุคลากรภาครัฐได้รับการพัฒนาสมรรถนะ

กลยุทธ์/วิธีการ

1. พัฒนากระบวนการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและเพิ่มมูลค่า
2. ส่งเสริมการเกษตร เกษตรอุตสาหกรรมและอาหารเพื่อสุขภาพที่เชื่อมโยงไปสู่การท่องเที่ยว
3. ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมการเกษตร การค้า การลงทุนและภาคธุรกิจบริการ
4. ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการผลิตแก่เกษตรกรตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
5. พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
6. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ
7. สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
8. วิจัย/พัฒนา (R+D) และบริหารจัดการความรู้อย่างเป็นระบบ

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การเร่งรัดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เป้าประสงค์

1. ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟู เพื่อสร้างความสมดุลระบบนิเวศน์และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นฐานการพัฒนาคุณภาพชีวิตการเกษตรและการท่องเที่ยวของจังหวัด รวมถึงรองรับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก
2. ฐานทรัพยากรธรรมชาติมีการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม ความหลากหลายทางชีวภาพมีความยั่งยืนและมีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี
3. การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของจังหวัดแบบบูรณาการเชิงรุก
4. องค์กรมีการพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ    ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมของจังหวัด

กลยุทธ์/วิธีการ

1. อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ดิน น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
2. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม
3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
4. เพิ่มศักยภาพบุคลากรและใช้เทคโนโลยีการบริหารจัดการ

 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เชิงเกษตร เชิงนิเวศน์

เป้าประสงค์

1. เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
2. นักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจในการดินทางมาท่องเที่ยว
3. แหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานด้านท่องเที่ยวได้รับการพัฒนา
4. บุคลากร เครือข่าย และผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวได้รับการพัฒนา

กลยุทธ์/วิธีการ

1. พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิมและส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวใหม่
2. พัฒนาด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว
3. พัฒนามาตรฐานการให้บริการด้านการท่องเที่ยว
4. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงคุณภาพสิ่งแวดล้อม
5. พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการท่องเที่ยว
6. ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรเครือข่าย และผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ สร้างความเข้มแข็งของชุมชน กลุ่มและประชาชนให้มีคุณภาพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง (เพชรบูรณ์เข้มแข็ง)

เป้าประสงค์

1. ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น
2. ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ชุมชนเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้
3. ประชาชนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง และมีสุขภาพดี
4. ประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ครอบครัวเข้มแข็ง
5. ภาครัฐมีระบบการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และการบริการที่ได้มาตรฐาน
6. มีเครือข่ายชุมชนครอบคลุมทุกหมู่บ้าน
7. ระบบข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีได้รับการพัฒนา

กลยุทธ์/วิธีการ

1. ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามเกณฑ์ จปฐ.
2. เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
3. พัฒนาระบบสาธารณูปโภค/สาธารณูปการ
4. ส่งเสริมให้ประชาชนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพและทั่วถึง
5. ส่งเสริมการอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน
6. ส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดสารพิษ
7. พัฒนาระบบบริการด้านสาธารณสุข
8. พัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
9. เสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว
10. พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ

 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5  การพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร

เป้าประสงค์

1. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

2. จัดระบบการคมนาคม ขนส่งที่ความประหยัด สะดวกและปลอดภัย รวมทั้งเป็นระบบขนส่งที่ยั่งยืน

3. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ให้ความสำคัญกับรูปแบบการเดินทางที่เน้นมาตรการและเทคโนโลยีที่สนับสนุนด้านความปลอดภัย

4. เพื่อพัฒนาเชื่อมโยงระบบคมนาคม สนับสนุนการท่องเที่ยวและพัฒนาเมือง

5. เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมและสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของทุกภาคส่วน

กลยุทธ์/วิธีการ

1. พัฒนาระบบขนส่งเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

2. พัฒนาระบบขนส่งแบบยั่งยืนและการพัฒนาเมืองน่าอยู่

3. พัฒนาโครงข่ายคมนาคม

4. เพิ่มความปลอดภัยของระบบการคมนาคมขนส่ง

5. ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุการขนส่งและจราจร

6. พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ

7. พัฒนาระบบคมนาคมเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและพัฒนาเอกลักษณ์ของเมือง

8. แก้ไขปัญหาการขนส่งและจราจร

 4.8 กรอบยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดวิสัยทัศน์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

วิสัยทัศน์ขององค์กรปกครองท้องถิ่น

“ท้องถิ่นก้าวไกล  ใส่ใจคุณภาพชีวิต  เศรษฐกิจก้าวหน้า  เกษตรพัฒนา  ล้ำค่าวัฒนธรรม  พัฒนาการท่องเที่ยว  อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”

ยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองท้องถิ่น

          1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการเกษตร

3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว

4.ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

5. ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี การกีฬาและคุณภาพชีวิต

6.ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านพัฒนาการเมือง และการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี

 4.9 นโยบายการพัฒนาของผู้บริหาร  องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแม่นา

นโยบายเร่งด่วน

ปรับปรุง ซ่อมแซม ถนนภายในหมู่บ้าน และถนนสายสะเดาพงหนองแม่นาให้มีสภาพที่ดีสะดวกต่อการคมนาคมขนส่ง

1.      ปรับปรุง ซ่อมแซม ถังกรองน้ำและระบบการจ่ายน้ำ รวมทั้งการบริหารจัดการกิจการประปาของหมู่บ้าน เพื่อให้มีน้ำประปาที่สะอาด ในการบริโภค และน้ำประปาอย่างพอเพียงในการอุปโภค เพื่อเสริมคุณภาพชีวิตคุณภาพของประชาชน

2.      ส่งเสริมศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ให้เป็นศูนย์กลางประสานงานการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรของตำบล และสนับสนุนให้กลุ่มอาชีพ ผลิตและแปรรูปสินค้าให้ได้มาตรฐานตามที่รัฐบาลและต่างประเทศกำหนดเพื่อเป็นการสร้างรายได้ของกลุ่มต่างๆ ให้มีรายได้ที่ยั่งยืน

3.      เปิดโอกาสให้ผู้นำท้องที่ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรต่างๆ และพี่น้อง ประชาชน ได้แสดงความคิดเห็นเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาตำบลหนองแม่นา ให้เจริญก้าวต่อไป

4.      ปรับภูมิทัศน์ บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแม่นา ให้ดีขึ้นและสวยงาม

5.      ส่งเสริมศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชน เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และทำแผนแม่บทของชุมชนพร้อมกับประสานงานระหว่างชุมชนกับผู้บริหารท้องถิ่นให้มีความสะดวกและรวดเร็ว

6.      ส่งเสริมให้มีรถกู้ชีพกู้ภัยประจำศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือน(อปพร.)

7.      จัดเตรียมเครื่องนุ่งห่มสำหรับป้องกันภัยหนาวให้กับผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงวัย ผู้พิการ

8.      ส่งเสริมให้ระบบสารสนเทศและอินเตอร์เน็ต ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองแม่นา ให้เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอก

นโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐาน

1.      ก่อสร้างและซ่อมบำรุง ถนน สะพาน เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม การขนส่งทางการเกษตร การท่องเที่ยว ให้สามารถใช้ได้ทุกฤดูกาล

2.      บำรุงรักษาแหล่งน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

3.      จัดให้มีไฟฟ้าสาธารณะ ให้มีความพอเพียงกับความต้องการของประชาชนทุกหมู่บ้าน

4.      ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ส่วนราชการ องค์กรภาครัฐ เพื่อรับการสนับสนุนการบริการสาธารณะประโยชน์

นโยบายด้านเศรษฐกิจและการเกษตร

1.      ส่งเสริมการรวมกลุ่มอาชีพ เพื่อพัฒนารายได้ของครัวเรือนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สู่ชุมชนเข้มแข็ง และเสริมสร้างความเข้มแข็ง และเสริมสร้างความเข็มแข็งให้กับเศรษฐกิจในระดับฐานรากให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากอาชีพหลัก

2.      ส่งเสริมพัฒนาระบบการผลิตผลทางการเกษตร รวมทั้งการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ การพัฒนาผลิตผลควบคู่กับภูมิปัญญาท้องถิ่นตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

3.      ส่งเสริมการผลิตและการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อลดต้นทุนการผลิตและฟื้นฟูสภาพดินและเพื่อลดปัญหาสภาพดินเสื่อมโทรม

4.      ส่งเสริมกิจกรรมศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร เพื่อให้บริการข้อมูลความรู้และเทคนิคใหม่ๆ ด้านการเกษตร เป็นการเพิ่มศักยภาพในการผลิตและพัฒนาอาชีพการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่

5.      ส่งเสริมให้มีศูนย์กลางรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรประจำตำบลรวมทั้งการสร้างเครือข่ายการรับซื้อภายในตำบล  เพื่อกระตุ้นราคาผลผลิตทางการเกษตร

นโยบายด้านพัฒนาสังคม

1.      ส่งเสริมงานสวัสดิการชุมชน โดยการสนับสนุนเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยโรคเอดส์

2.      ส่งเสริมงานสวัสดิการชุมชน โดยการอบรมให้ความรู้ สร้างงาน สร้างโอกาส สร้างอาชีพ ให้กับผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาส ให้มีความมั่นคงและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

3.      สนับสนุนการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ เด็ก สตรี คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส โดยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแม่นา เพื่อให้ผู้สูงอายุ เด็ก สตรี ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ได้รับการดูแลจากองค์กรภาครัฐและเอกชน ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

นโยบายด้านการศึกษา

1.      ส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาทุกระดับ เพื่อส่งเสริม พัฒนาการของเด็กระดับปฐมวัย และสร้างเสริมความรู้ให้แก่เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา รวมทั้งการศึกษาตามอัธยาศัย

2.      สนับสนุนให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และผู้ดูแลเด็กเล็กให้ได้รับการฝึกอบรมและได้ศึกษาต่อ เพื่อเพิ่มศักยภาพและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

3.      ส่งเสริมให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นศูนย์กลางการเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กระดับปฐมวัยทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา และควบคุมคุณภาพทั้งด้านอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ปรับปรุงศูนย์ให้ได้มาตรฐานและถูกสุขลักษณะ จัดหาสื่อการเรียน การสอน เครื่องเล่นภาคสนาม

4.      สนับสนุนส่งเสริมโรงเรียนในตำบลหนองแม่นา ในการจัดกิจกรรมด้านวิชาการ การศึกษา เพื่อเพิ่มทักษะการเรียนรู้ของนักเรียนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา

5.      ส่งเสริมให้มีศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตำบล เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และเป็นแหล่งให้บริการข้อมูลข่าวสาร ทั้งข้อมูลด้านชุมชนและวิชาการแก่นักเรียน นักศึกษา ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และผู้ที่สนใจ

6.      สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการสอนพิเศษในช่วงปิดภาคเรียน เพื่อสร้างเสริมความรู้ความสามารถและทักษะทางวิชาการให้แก่นักเรียน

นโยบายด้านอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น

1.      สนับสนุนงานประเพณีและวันสำคัญทางศาสนา เพื่อให้วัฒนธรรมประเพณีได้รับการอนุรักษ์และสืบทอดถึงชนรุ่นหลัง เช่น งานประเพณี สงกรานต์ แห่เทียนพรรษา ประเพณีลอยกระทง ประเพณีแข่งเรือภูเขา ประเพณีทำบุญกลางบ้าน เป็นต้น

2.      สนับสนุนและส่งเสริมโรงเรียนในตำบลหนองแม่นา ในการจัดกิจกรรมด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเพิ่มทักษะการเรียนรู้และสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรมแก่นักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

3.      จัดให้มีการบำรุงรักษาศิลปะ  จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของตำบลหนองแม่นา

นโยบายด้านการสวัสดิการ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต

1.      ส่งเสริมงานสังคมสงเคราะห์ชุมชน โดยการอบรมให้ความรู้สร้างงาน สร้างโอกาส สร้างอาชีพให้กับคนยากจน ผู้ด้อยโอกาสให้มีความมั่นคง เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี

2.      สนับสนุนการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ เด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาส โดยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐานชุมชน(อ.ส.ม.)ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแม่นา เพื่อให้ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ได้รับการดูแลจากองค์กรภาครัฐและเอกชน ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

นโยบายด้านสาธารณสุข

1.      สนับสนุนการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและควบคุมโรค เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจและได้รับความรู้ในเรื่องของโรคภัยต่างๆ สามารถป้องกันด้วยตัวเองได้

2.      ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพของประชาชนในตำบล โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และคนชรา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างทั่วหน้า

3.      จัดให้มีการบริการทางการแพทย์ ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์ทางเลือกในระดับตำบล โดยประสานงานให้แพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐมาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อบริการตรวจโรคแก่ประชาชนในระดับตำบล

4.      ส่งเสริมบทบาท อาสาสมัคร  สาธารณสุขมูลฐานชุมชน (อสม.)ให้มีความพร้อมและศักยภาพในการจัดการงานบริการสาธารณสุขมูลฐานระดับชุมชน

นโยบายด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

1.      สนับสนุนการฝึกอบรม ทบทวนเพื่อความพร้อมของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน(อปพร.) เพื่อป้องกันสาธารณะภัยทั้งภายในและภายนอกเขตพื้นที่

2.      สนับสนุนศูนย์ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เพื่อจัดหาอุปกรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฝ่ายพลเรือน

3.      สนับสนุนกิจกรรมการรณรงค์ด้านจราจร เพื่อความปลอดภัยในการใช้เส้นทางคมนาคมและยานพาหนะโดยเฉพาะในช่วงเทศกาล

4.      ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดระบบรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตตำบลหนองแม่นา

นโยบายด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

1.      จัดการและส่งเสริมให้องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแม่นา เป็นศูนย์กลางออกกำลังกายและนันทนาการประจำตำบล เพื่อให้ประชาชนมีสถานที่ที่เหมาะสมในการออกกำลังกาย

2.      ปรับปรุงสนามกีฬาและยกระดับการแข่งขันกีฬาขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองแม่นาให้มีมาตรฐานเพื่อสร้างความเป็นเลิศทางกีฬา และสร้างนักกีฬาให้กับตำบลทั้งประเภทบุคคลและประเภททีม

3.      สนับสนุนและส่งเสริมนักเรียน ประชาชนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระดับอำเภอและจังหวัด เพื่อสร้างเครือข่ายเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและชุมชนฯ

4.      ส่งเสริมให้ศูนย์กีฬาประจำหมู่บ้าน เป็นศูนย์ฝึกกีฬาชุมชน เพื่อเสริมสร้างทักษะและให้ความรู้เรื่องการเล่นกีฬาอย่างถูกวิธีแก่เด็กและเยาวชน

5.      ส่งเสริมให้มีสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น เพื่อนันทนาการ การพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายแก่ผู้ที่อยู่ในชุมชนและนักท่องเที่ยว